บทความ

รูปภาพ
            หลาย ๆ คนอาจจะเคยได้ยินเทคโนโลยีที่มีชื่อเรียกว่า Virtual Reality (VR) หรือ Augmented Reality (VR) มาบ้างแล้วนะครับ ในจดหมายข่าวฉบับนี้ผมข้อกล่าวถึงเทคโนโลยีทั้ง 2 และเทคโนโลยีข้างเคียงอีกเทคโนโลยีคือ Mixed Reality (MR) โดยทั้ง 3 เทคโนโลยีนี้ถูกเรียกรวม ๆ ว่า Extended Reality (XR) นั่นเอง        VR เป็นเทคโนโลยีที่สร้างโลกเสมือนขึ้นให้ผู้ใช้งานระบบได้สัมผัสถึงสภาพแวดล้อมใหม่ที่แยกออกจากสภาพแวดล้อมในโลกความเป็นจริง ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงข้อมูลในรูปแบบภาพจำลอง 3 มิติผ่านทางการมองเห็น ได้ยิน สัมผัส หรือแม้กระทั่งการรับรู้ผ่านกลิ่น        AR เป็นเทคโนโลยีในการสร้างสภาพแวดล้อมจำลองซ้อมทับกับสภาพแวดล้อมในโลกแห่งความเป็นจริง ภาพ 3 มิติจะถูกสร้างขึ้นบนหน้าจออุปกรณ์คอมพิวเตอร์ซ้อนลงบนภาพที่ถูกถ่ายด้วยกล้องถ่ายภาพหรือกล้องวิดีโอทำให้เกิดเป็นภาพซ้อนกันระหว่างวัตถุเสมือนและสภาพแวดล้อมจริง เทคโนโลยี AR สามารถผ่านภาพและเสียงเพื่อให้ผู้ใช้งานได้เข้าถึงโลกเสมือนซ้อนทับนี้ได้        MR เป็นแนวคิดในการผสมผสานสิ่งเสมือนและสภาพแวดล้อมจริงเข้าด้วยกันคล้ายกัน AR แต่จะมีการนำวัตถุบางอย่างเข้าม

Barcode vs QR code

รูปภาพ
          ด้วยเทคโนโลยีเซ็นเซอร์ (Sensor) และเทคโนโลยีการถ่ายภาพทำให้เราสามารถตรวจสอบข้อมูลต่าง ๆ ได้รวดเร็วขึ้น โดยเทคโนโลยีที่ใช้เก็บข้อมูลเพื่ออ่านด้วย Sensor และกล้องถูกพัฒนาขึ้นใน 2 รูปแบบหลัก ๆ ได้แก่ Barcode และ QR code ซึ่งเป็นการเก็บข้อมูลแบบ 1 และ 2 มิติ                 Barcode เป็นการเก็บข้อมูลแบบมิติเดียวโดยมีลักษณะการเก็บข้อมูลเป็นเส้นทึบดำ โดย Barcode สามารถเก็บข้อมูลได้ทั้งแบบตัวเลขและตัวอักษร ขึ้นอยู่กับความหนาของเส้นทึบและการเข้ารหัส (Encode) โดยส่วนใหญ่ Barcode ที่เราพบเห็นได้ทั่วไปมักจะเป็นแบบตัวเลขล้วน ส่วน Barcode ที่ใช้เก็บข้อมูลตัวอักษรจะใช้เฉพาะส่วนเพราะเป็น Barcode ที่ไม่มีมาตรฐานกลางในการใช้งาน ทำให้ต้องมีการตั้งค่าที่เครื่องอ่านให้อ่านตรงตามวิธีการ Encode ด้วย เช่น Plessey code ถูกสร้างขึ้นใช้งานในประเทศกลุ่มยุโรปและถูกพัฒนาต่อเป็น MSI, Anker, และ Telxon barcodes หรือ Code 39 เป็นการเข้ารหัสของ Barcode ชนิดแรก ๆ ที่มีตัวอักษร ตัวเลข และสัญลักษณ์พิเศษให้ใช้งานได้ทั้งหมด 43 ตัวอักษร ซึ่งภายหลังถูกพัฒนาต่อเป็น Code 93 ที่อ้างอิงการเข้ารหัสแบบ ASCII ทำให้มีตัวอั

ปัญหาการใช้งานวิดีโอสตรีมมิ่ง

รูปภาพ
           เทคโนโลยีการถ่ายทอดภาพเคลื่อนไหวและเสียงผ่านเครือข่าย Internet หรือ Video Streaming Technology (VST) เป็นหนึ่งในเทคโนโลยีที่ถูกใช้งานอย่างกว้างขวาง การใช้งานเครือข่าย Internet ในปัจจุบันเกินครึ่งถูกใช้ไปกับการถ่ายทอด Multimedia Files ผ่าน VST          หลาย ๆ คนที่ใช้บริการ VST เพื่อดูภาพยนตร์ ละคร หรือรายการออนไลน์อื่น ๆ บนเครือข่าย Internet อาจจะพบเจอปัญหาภาพค้าง เสียงไม่ตรงกับภาพ หรือการถ่ายทอดก็หยุดนิ่งไปดื้อ ๆ โดยผู้ใช้งานส่วนใหญ่มักจะโทษผู้ให้บริการ Internet หรือไม่ก็เว็บไซต์ที่ใช้ถ่ายทอดนั้น ซึ่งจริง ๆ แล้วเงื่อนไขและสาเหตุของความล่าช้าในการถ่ายทอดภาพและเสียงแบบ VST นั้นมีสาเหตุหลัก ๆ หลายสาเหตุ เรียงตามขั้นตอนการส่งทอดข้อมูลดังนี้          1. Multimedia File ต้นฉบับมีปัญหา ทำให้ภาพและเสียงไม่ตรงกัน ขาดช่วง หรือไม่สามารถรับชมได้          2. ระบบ Hardware หรือ Software ของเว็บไซต์ต้นทางมีปัญหา ทำให้การส่งต่อข้อมูลมายังผู้ใช้งานระบบเกิดติดขัด ไม่สามารถส่งข้อมูลได้อย่างต่อเนื่อง หรืออาจหยุดชะงักเป็นเวลานานได้          3. เว็บไซต์ต้นทางไม่สามารถรองรับการใช้งานของผู้ใช้งาน

การสำรองข้อมูลในคอมพิวเตอร์

รูปภาพ
               การใช้งานข้อมูลคอมพิวเตอร์เป็นความจำเป็นอย่างหนึ่งของคนในยุคปัจจุบัน ข้อมูลที่สูญหายจากความผิดพลาดในการจัดการข้อมูลสามารถสร้างความเดือนร้อนรำคาญให้แก่ผู้ใช้งานระบบคอมพิวเตอร์ได้ เช่น การลบข้อมูลสำคัญโดยไม่ได้ตั้งใจ การใส่ข้อมูลผิดพลาดแล้วบันทึกข้อมูลทับข้อมูลเดิม หรือการโจมตีระบบคอมพิวเตอร์ในรูปแบบต่าง ๆ เป็นต้น ดังนั้นในจดหมายข่าวฉบับนี้ ผมขอพูดถึงการสำรองข้อมูลคอมพิวเตอร์ ซึ่งเป็นหนึ่งในขั้นตอนการรักษาความปลอดภัยระบบคอมพิวเตอร์ เพื่อให้สามารถกู้คืนข้อมูลสำคัญที่ถูกลบ บันทึกทับ หรือเสียหายจากการโจมตีครับ ภาพที่มา :www.techtalkthai.com/backup-as-an-it-strategy-with-acronis-backup/          การสำรองข้อมูลแบ่งออกเป็น 3 แบบ หลัก ๆ ดังนี้          1. การสำรองข้อมูลแบบกำหนดเอง (Manual Backup) เป็นการสำรองข้อมูลครั้งคราว โดยจะถูกสั่งการสำรองข้อมูลโดยตรงจากผู้ใช้งาน ซึ่งจะมีข้อดีคือผู้ใช้งานสามารถกำหนดช่วงเวลาที่จะสำรองข้อมูลได้ โดยสามารถเลือกเป็นช่วงเวลาที่ไม่มีการใช้งานคอมพิวเตอร์ เพื่อไม่ให้รบกวนการทำงานอื่น ๆ แต่ก็มีข้อด้อยคือผู้ใช้งานมักจะลืมสำรองข้อมูล และยังสามารถเกิดกา

อาชีพที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์

รูปภาพ
           ในช่วงใกล้จะปิดเทอมนี้ นักศึกษาหลาย ๆ คนอาจจะกำลังมองหางานที่มีความเกี่ยวข้องกับสิ่งที่เราได้เรียนรู้มาตลอด 4 – 8 ปีในรั้วมหาวิทยาลัย ซึ่งอาจจะไม่ใช่เรื่องง่ายนักในยุค COVID-19 นี้ อย่างไรก็ตาม โลกเรายังคงหมุนเดินต่อไป ธุรกิจกิจการต่าง ๆ ยังคงต้องเดินหน้าต่อ ซึ่งแน่นอนว่าบริษัทเหล่านี้ก็ยังคงต้องการแรงงานในสายงานนั้น ๆ ในจดหมายข่าวฉบับนี้ ผมจึงรวบรวมอาชีพที่มีความเกี่ยวข้องกับสายงานด้านคอมพิวเตอร์ในยุค 2021 ทั้งอาชีพใหม่ ๆ และอาชีพเก่าที่ยังมีความสำคัญอยู่ในปัจจุบัน ดังนี้ ภาพที่มา : https://www.freepik.com/           1. นักวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analyst) มีหน้าที่จัดเก็บข้อมูลต่าง ๆ เพื่อนำมาประมวลผล วิเคราะห์ สร้างแบบจำลอง และทำนายแนวโน้มในอนาคต           2. นักวิทยาศาสตร์ข้อมูล (Data Scientist) ทำหน้าที่วิเคราะห์ข้อมูลและนำมาพัฒนาเป็นโมเดล (Model) หรือเครื่องมือ (Tools) เพื่อช่วยในการวิเคราะห์ข้อมูลได้ง่ายและรวดเร็วยิ่งขึ้น            3. นักพัฒนาโปรแกรม (Programmer) ทำหน้าที่เขียนโปรแกรมตามรูปแบบที่ได้ออกแบบไว้ โดยจะต้องเลือกเทคนิคและภาษาให้เหมาะสมกับการออกแบบแต่ละกร

การเชื่อมต่อสื่อสารไร้สายแบบ Vehicular Ad-hoc Network (VANET)

รูปภาพ
                ในจดหมายข่าวฉบับนี้ ผมขอกล่าวถึงเทคโนโลยี Vehicular Ad-hoc Network เรียกย่อ ๆ ว่า VANET ซึ่งเป็นเทคโนโลยีการเชื่อมต่อไร้สายประเภทหนึ่งที่ใช้งานบนยานพาหนะที่มีความเร็วในการเคลื่อนที่สูงครับ ภาพที่มา : www.sciencedirect.com/science/article/pii/S221067071730361X         VANET ถูกพัฒนาขึ้นตามแนวคิดของ Mobile Ad-hoc Network (MANET) ซึ่งอุปกรณ์แต่ละอุปกรณ์ในระบบจะมีความสามารถในการเชื่อมต่อและสร้างเส้นทางการส่งข้อมูลในตัวเอง แต่ VANET จะเน้นการส่งต่อข้อมูลที่มีระยะเวลาในการส่งข้อมูลไม่นานนัก อีกทั้งจำเป็นต้องค้นหาเส้นทางใหม่ ๆ เกือบจะตลอดเวลา เพราะอุปกรณ์ในระบบจะอยู่บนยานพาหนะที่มีความเร็วในการเคลื่อนที่ค่อนข้างสูง ทำให้อุปกรณ์ 2 อุปกรณ์ขึ้นไปจะอยู่ในพื้นที่ครอบคลุมการเชื่อมต่อในช่วงเวลาที่สั้น โดยการรับส่งข้อมูลใน VANET จะแบ่งออกเป็น 2 วิธีหลัก ๆ ได้แก่ Car-to-Station communication และ Car-to-Car communication          ในการรับส่งข้อมูลของ VANET แบบ Car-to-Station communication จะอาศัยพฤติกรรมการเคลื่อนที่ของพาหนะ เช่น รถยนต์มักจะติดไฟแดงจราจรเป็นเวลานาน หรือช่วงหนึ่งช่วงใด

การเชื่อมต่อสื่อสารไร้สายแบบ Mobile Social Network (MSN)

รูปภาพ
           ในจดหมายข่าวฉบับนี้ ผมขอกล่าวถึงเทคโนโลยี Mobile Social Network ซึ่งมีความคล้ายคลึงกับ Wireless Sensor Network (WSN) ที่ผมกล่าวถึงในจดหมายข่ายฉบับที่แล้วนะครับ Mobile Social Network หรือเรียกย่อ ๆ ว่า MSN เป็นเทคโนโลยีที่ถูกพัฒนาขึ้นเฉพาะสำหรับกรณีที่เกิดภัยพิบัติหรือสถานการณ์พิเศษที่ทำให้เครือข่ายปกติทั้งเครือข่าย Internet พื้นฐานและเครือข่ายโทรศัพท์มือถือไม่สามารถใช้งานได้ โดยหลักการทำงานของ MSN จะขึ้นอยู่กับพฤติกรรมของผู้ใช้งานระบบเครือข่าย โดยระบบจะทำการเก็บข้อมูลการพบเจอกันของผู้ใช้งานแล้วนำมาวิเคราะห์ว่าใครพบเจอกับใครบ่อย ๆ แล้วนำไปคำนวณเส้นทางการส่งข้อมูลว่าควรส่งข้อมูลผ่านอุปกรณ์ชิ้นใดเพื่อให้สามารถส่งข้อมูลให้ถึงปลายทางได้    หลักการส่งต่อข้อมูลของ MSN มีแนวคิดมาจากแนวคิดและการทดลองเรื่อง The small world problem ของ Milgram ในปี ค.ศ. 1967 ซึ่งเป็นแนวคิดการสังเกตว่าคนที่เดินผ่านไปผ่านมา มักจะมีความเชื่อมต่อกันทางสังคม ไม่ว่าจะเป็นทางตรงหรือทางอ้อม กล่าวคือ คนที่มีจุดมุ่งหมายต่างกันที่เดินมาเจอกันจะมีความเป็นไปได้สูงที่จะรู้จักกันโดยตรง หรือเป็นคนรู้จักของคนรู้จ